

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการ บพค. รศ. ดร.พิพัฒน์ นนทนาธรณ์ และ ดร.จิตติ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วยคณะ บพค. เข้าร่วมการประชุม TSRI Policy Advocacy Series ครั้งที่ 5 ภายใต้หัวข้อ “Thailand Open Science for ALL” ซึ่งจัดโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายใต้กองทุนส่งเสริม ววน. มุ่งผลักดันนโยบายสำคัญการพัฒนาประเทศด้วยระบบ ววน. กับแนวคิดหลักสากลของยูเนสโกเรื่อง Open Science ยกระดับความตระหนักรู้ สร้างแรงขับเคลื่อนเชิงนโยบายในการพัฒนาและขยายผล Open Science ของประเทศไทย เชื่อมโยงทุกภาคส่วนของระบบ ววน. เข้าด้วยกัน เพื่อให้การเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้และข้อมูลวิจัยเป็นไปอย่างเสรี โปร่งใส และมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ทั้งยังเปิดโอกาสให้ระบบ ววน. ของไทยได้แสดงศักยภาพในการขับเคลื่อนแนวคิดนี้ เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ


ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า เวที Thailand Open Science for ALL ครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “เปิดโลกนวัตกรรม เปิดรับวิทยาการ ร่วมสร้างอนาคตไทย” เพื่อร่วมสร้างระบบ ววน. ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยอย่างยั่งยืน ถือเป็นการขับเคลื่อน Open Science ของประเทศ ที่ครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ มิติสังคม และมิติสิ่งแวดล้อม ให้ก้าวข้ามจากระดับแนวคิด สู่การปฏิบัติจริงในระบบ ววน. ของประเทศ
ศ.(เกียรติคุณ) ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) กล่าวว่า Open Science ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีหรือการเปิดเผยข้อมูล แต่คือการเปลี่ยนวัฒนธรรมการสร้างและใช้ความรู้ของทั้งสังคม ให้ความรู้ที่เกิดจากภาษีของประชาชน กลับคืนสู่ประชาชนในรูปของโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของสังคม และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม
กสว. ในฐานะผู้กำกับนโยบายระดับชาติด้าน ววน. มีภารกิจในการกำหนดทิศทางและยกระดับธรรมาภิบาลของระบบทุน ววน. เพื่อให้การลงทุนด้านวิจัยและนวัตกรรมของประเทศสร้างผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างแท้จริง Open Science for All จะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนประเทศไทย จากประเทศที่ใช้ความรู้ ไปสู่ประเทศที่สร้างและแบ่งปันความรู้ เป็นสังคมแห่งปัญญาที่เปิดกว้าง โปร่งใส และเท่าเทียม ซึ่งประชาชนทุกคนไม่เพียงแต่เป็นผู้รับ แต่เป็นผู้ร่วมสร้างระบบความรู้ของชาติ

ด้าน ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ กรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม สกสว. และอดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ได้ปาฐกถาถึง Policy Perspectives “Open Science สำคัญอย่างไร” ในบริบทของประเทศไทย ทั้งในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเปิด ด้านการครอบคลุมทั้งสังคม และด้านการบูรณาการกับระบบความรู้อื่น ให้เกิดความเชื่อมโยงในเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปจนถึงความรู้ท้องถิ่น รวมไปถึงการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยในรูปแบบ Open Access และการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ศ.ดร.ยงยุทธฯ ยังได้กล่าวถึงแนวทางที่ประเทศไทยควรดำเนินการต่อไป ทั้งในส่วนของการสนับสนุนการพัฒนาวิทยาการแบบเปิด และส่งเสริมให้เกิดการเข้าถึงข้อมูลแบบเปิดร่วมกัน รวมถึงการให้ความสำคัญในด้านจริยธรรมและความปลอดภัยของข้อมูลควบคู่กันไปด้วย

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีช่วงของ Round Table ในหัวข้อ Knowledge in Action “Open Science in Action: ก้าวสู่อนาคตไทย” โดยมีวิทยากรหลากหลายด้าน ดังนี้
คุณนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ – ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและบรรณาธิการบริหาร บริษัท เดอะสแตนดาร์ด จำกัด กล่าวถึงมุมมองด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์และความสนใจของสังคม โดยเลือกการนำเสนอในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนไทย
คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง – ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวถึงการริเริ่มวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง เพื่อมุ่งเน้นการสื่อสารความรู้ทางวิทยาศาสตร์ พัฒนางานด้าน Citizen Science สู่การแก้ไขปัญหาให้กับภาคประชาสังคม
ศ.ดร.ณรงฤทธิ์ สมบัติสมภพ – ผู้พัฒนาระบบฐานข้อมูลวารสารไทย หรือ TCI ซึ่งเป็นคลังข้อมูลงานวิจัยไทยที่มีแนวทางจะทำให้เกิด Open Access ให้ประชาชนเข้าถึงผลงานวิจัยในภาษาที่เข้าถึงได้ง่ายผ่านการใช้ปัญญาประดิษฐ์
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ – กรรมการ National AI Committee กล่าวถึงเทรนด์การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประเทศมหาอำนาจ รวมถึงโอกาสการพัฒนาของไทยที่อาจไม่สามารถมุ่งไปด้านใดด้านหนึ่งได้ แต่สามารถเลือกจุดเด่นของการมีฐานข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเปิด
ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล – ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) กล่าวถึงความสำคัญของ Data Bank เพื่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์สำหรับคนไทย โดยการร่วมกันส่งข้อมูลจากทั้งภาครัฐและเอกชน มุ่งสู่ Open license สำหรับพัฒนานวัตกรรมต่อยอดอย่างเท่าเทียม

บพค. ในฐานะหน่วยบริหารและจัดการทุนที่มุ่งพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงและสนับสนุนการวิจัยขั้นแนวหน้า พร้อมผลักดันระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ และร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อเชื่อมโยงการวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ผลงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็น Open Science ของประเทศอย่างแท้จริง