บพค. ร่วมงาน TDRI Annual Conference 2025 เรื่อง “Reimagining Thailand's Development Model: ก้าวข้ามโลกเก่า ด้วยโมเดลใหม่ในการพัฒนาประเทศ" เสนอแนวทางสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตด้วยเครื่องจักรใหม่ ในยุคโลกาภิวัตน์ย้อนกลับ

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.รัฐภูมิ ตู้จินดา และ รศ.ดร.พิพัฒน์ นนทนาธรณ์ รองผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วยคณะ บพค. ร่วมงานสัมมนาสาธารณะประจำปี 2568 (TDRI Annual Conference 2025) ในหัวข้อ “Reimagining Thailand’s Development Model: ก้าวข้ามโลกเก่า ด้วยโมเดลใหม่ในการพัฒนาประเทศ” ที่จัดโดย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เพื่อเสนอแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความผันผวนของโลกยุคใหม่ ทั้งจากภาวะโลกาภิวัตน์ย้อนกลับ สงครามการค้า และมาตรการกีดกันทางเศรษฐกิจที่เข้มข้นยิ่งขึ้น การประชุมประกอบด้วยประเด็นสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ เครื่องจักรการเติบโตใหม่ นโยบายอุตสาหกรรมสมัยใหม่ นโยบายการค้า-การลงทุนใหม่ การพัฒนาทักษะและนวัตกรรม และการปรับบทบาทภาครัฐให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง โดยมี ดร.วิรไท สันติประภพ ประธานคณะกรรมการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงาน และการปาฐกถาพิเศษจาก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ ชี้ว่า เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออก ขณะที่หนี้ครัวเรือนสูงและค่าจ้างแรงงานลดลงเมื่อเทียบกับจีดีพี หากไม่เร่งสร้าง “งานที่ดี” หรือ Good Jobs ไทยอาจเสี่ยงเผชิญปัญหาธุรกิจสีเทา การฟอกเงิน และอาชญากรรมไซเบอร์มากขึ้น สาเหตุหลักของการเติบโตต่ำมาจากการชะลอตัวของเครื่องยนต์เศรษฐกิจดั้งเดิม ได้แก่ การส่งออก การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมการผลิต การขาดแคลนแรงงานทักษะสูง การลงทุนภาครัฐที่อ่อนแรง และกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ อีกทั้งการลงทุนด้านวิจัยและนวัตกรรมมีน้อย และไม่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างแท้จริง
ในบริบทโลกาภิวัตน์ย้อนกลับ ไทยต้องเผชิญความท้าทายจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่สูงที่สุดในรอบเกือบหนึ่งศตวรรษ มาตรการสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปอย่าง CBAM รวมถึงการผลิตล้นเกินของจีนที่กดทับความสามารถในการแข่งขันด้านราคา ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ช่องทางการส่งออกของไทยตีบแคบลง และเสี่ยงต่อการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ ดร.สมเกียรติ เน้นว่า ไทยจำเป็นต้องปรับสู่การพัฒนาแบบ “ลีน” เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับแรงงานที่ลดลงจากสังคมสูงวัย และสร้างงานที่มีคุณภาพสูงเพื่อให้ประชาชนมีรายได้มั่นคงควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะที่สอดรับกับเศรษฐกิจยุคใหม่
ด้านภาคธุรกิจ แม้บริษัทจดทะเบียนจะมีฐานะการเงินแข็งแรงกว่าเศรษฐกิจโดยรวม แต่กำไรสุทธิกลับลดลงและมีสัดส่วนบริษัทขาดทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต อสังหาริมทรัพย์ และสินค้าอุปโภค ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งการเปิดเสรีทางการค้า การส่งเสริมการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม และการผลักดันธุรกิจใหม่ในสาขาที่มีศักยภาพ หากประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนประเด็นสำคัญเหล่านี้ได้สำเร็จ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจเพิ่มขึ้นจาก 2.3% เป็น 4.7% ต่อปีอย่างต่อเนื่อง และทำให้ไทยพ้นกับดักรายได้ปานกลางภายใน 16 ปี

ในด้านนโยบายอุตสาหกรรม ทีดีอาร์ไอชี้ว่านโยบายเดิมที่เน้นการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีดึงดูดการลงทุนขนาดใหญ่ กลับไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทยอย่างทั่วถึง ในขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กกลับไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร จึงควรปรับโจทย์ใหม่ให้การพัฒนาเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ มุ่งส่งเสริมการลงทุนที่กระจายรายได้ สร้างงานคุณภาพ และยกระดับผลิตภาพ รวมถึงต้องปรับกฎระเบียบให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจยุคใหม่ เพื่อลดภาระที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจและนวัตกรรม
ท้ายที่สุด การเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลพัฒนาใหม่ต้องอาศัยบทบาทภาครัฐที่สามารถผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง สร้างกลไกแข่งขันอย่างเป็นธรรม และจัดระบบแรงจูงใจใหม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ทั้งนี้ ทีดีอาร์ไอเน้นว่าประเทศไทยต้องใช้ “จินตนาการใหม่” และความเชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นไปได้จริง พร้อมเดินหน้าอย่างสอดประสานในทุกมิติ ตั้งแต่การค้า การลงทุน นวัตกรรม ไปจนถึงการพัฒนาทักษะ หากสามารถดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ไทยจะสามารถก้าวข้ามโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิม เปิดทางสู่การเติบโตที่มั่นคง ยั่งยืน และเท่าทันโลกในระยะยาวได้อย่างแท้จริง

หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน
และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา
การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.)

Program Management Unit for Human Resources & Institutional
Development,Research and Innovation (PMU-B)

319 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
02-109-5432 ต่อ 845
[email protected]

ช่องทางการติดต่อสารบรรณของหน่วยงาน :
[email protected]

      ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่