

เมื่อวันที่ 9-15 พฤศจิกายน 2568 ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบหมายให้นางสาวเยาวดี รุ่งเรือง ผู้อำนวยการฝ่าย บพค. พร้อมด้วยทีมนักวิเคราะห์ บพค. เดินทางร่วมกับคณะทำงานและสมาชิกภาคีเครือข่ายพันธมิตรด้านการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย (Thailand CCUS Alliance: TCCA) นำโดย ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์ ประธานคณะกรรมการภาคีเครือข่ายพันธมิตรฯ และ ดร.ขจรศักด์ เฟื่องนวกิจ จาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หัวหน้าโครงการ “ภาคีเครือข่ายพันธมิตร ด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย (TCCA) เพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีด้าน CCUS ของประเทศ สู่แนวทางให้เกิดการนำไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม เพื่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทย” ที่ได้รับการสนับสนุนทุนจาก บพค. รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง อาทิ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ เข้าร่วมเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และหารือความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย/สถาบันวิจัยชั้นนำ ณ สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อยกระดับการขับเคลื่อนเทคโนโลยี CCUS ของประเทศไทยให้สามารถประยุกต์ใช้ได้จริงในภาคอุตสาหกรรม อันเป็นส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศ
วันแรกของภารกิจ คณะได้เข้าหารือและเยี่ยมชมงานวิจัย ณ Seoul National University โดยมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับห้องปฏิบัติการ Sustainable Energy Network ด้านระบบกักเก็บและขนส่งคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂ Capture, Transport & Storage) ต่อมาได้เข้าร่วมรับฟังการบรรยายจาก บริษัท Hyundai Engineering & Construction (Hyundai E&C) เกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีด้าน CCS รวมถึงการสร้างแพลตฟอร์มนอกชายฝั่ง (Offshore CCS Platform) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญของสาธารณรัฐเกาหลี ภาคบ่ายได้เดินทางไปยัง Korea Institute of Science and Technology (KIST) เพื่อหารือกับ Dr. Ung Lee หัวหน้าห้องปฏิบัติการ Clean Energy Process Laboratory และเยี่ยมชมงานวิจัยด้าน Carbon Capture & Utilization (CCU) โดยใช้กระบวนการเคมีเพื่อเปลี่ยน CO₂ ให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ในการนี้ ทั้งสามหน่วยงานมีเป้าหมายร่วมกันที่ชัดเจน คือการขับเคลื่อนสู่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการรองรับระบบพลังงานสะอาดในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม

ต่อมาวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 คณะได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการด้าน CO₂ Capture ณ Korea Institute of Energy Research (KIER) และประชุมกับ Korea CCUS Association เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลความก้าวหน้าเชิงเทคนิค มาตรฐาน และแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยี CCUS ในระดับนโยบายและอุตสาหกรรม
จากนั้นระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2568 คณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงงานต้นแบบที่เกี่ยวข้องกับ CCUS ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่ Carbon Neutral Demo-Plant Center, Korea Research Institute of Chemical Technology (KRICT) ซึ่งมุ่งเน้นการสาธิตเทคโนโลยีที่รองรับอุตสาหกรรมปล่อยคาร์บอนสูง และ Integrated Injection Simulation Plant, Korea Institute of Geoscience and Mineral Resources (KIGAM) เพื่อศึกษาการจำลองการฉีดและกักเก็บ CO₂ ในชั้นหิน รวมถึงระบบทดสอบ CO₂ Flow สำหรับการใช้งานจริงในอุตสาหกรรม กิจกรรมดังกล่าวช่วยเสริมความเข้าใจในข้อจำกัดทางวิศวกรรม ความจำเป็นด้านความปลอดภัย และความพร้อมทางเทคโนโลยีสำหรับการวางแผนใช้ CCUS ในบริบทของประเทศไทย

วันสุดท้ายของภารกิจ คณะได้เข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ Hydrogen and Low-Carbon Research ณ POSCO N.ex.t Hub เมืองโพฮัง ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยสำคัญของอุตสาหกรรมเหล็กเสาธารณรัฐเกาหลีในการพัฒนาเทคโนโลยีไฮโดรเจนและ CCUS เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050

บพค. ในฐานะหน่วยงานที่ขับเคลื่อนการสร้างระบบนิเวศวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อรองรับโจทย์ใหญ่ของประเทศ ได้สนับสนุนให้เกิดการบูรณาการทำงานร่วมกันในรูปแบบภาคีเครือข่าย (Consortium) ภายใต้ TCCA เพื่อสร้างความพร้อมด้านบุคลากร เทคโนโลยีต้นแบบ และความร่วมมือในระดับสถาบันวิจัยและอุตสาหกรรม
การศึกษาดูงานครั้งนี้มีส่วนสำคัญคือ
• เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี CCUS สำหรับการออกแบบนโยบายทุนในอนาคต
• สร้างความเชื่อมโยงกับนักวิจัยและสถาบันชั้นนำของต่างประเทศ
• สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์แผนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
• สร้างศักยภาพของภาคี TCCA ให้พร้อมขับเคลื่อนสู่ Carbon Neutrality และ Net Zero ของประเทศไทย
บพค. จะยังคงทำหน้าที่สนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการทำงานร่วมกันระหว่างภาคการวิจัยและอุตสาหกรรม เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างยั่งยืนต่อไป