
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร.จิตติ มังคละศิริ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการหน่วยฯ และคณะทำงานส่งเสริมโปรแกรมพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือนานาชาติและภาคีสำคัญของโลกด้านการวิจัย การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่ออนาคต ได้แก่ รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ และ ดร.อรกนก พรรณรักษา ร่วมหารือกับพันธมิตรสำคัญ ดังนี้
Dr. Stuart Wilkinson, CEO of Knowledge Exchange UK (KE UK) Knowledge Exchange UK (KE UK) เป็นสมาคมนักวิชาชีพที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 (ภายใต้ชื่อเดิม Praxis Course Ltd.) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนนักวิชาชีพด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในสหราชอาณาจักร โดยให้การสนับสนุนบุคลากรที่ทำงานในมหาวิทยาลัย รวมถึงองค์กรวิจัยทั้งภาครัฐและภาคเอกชน สมาชิกของสมาคมมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการและการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ การส่งเสริมความร่วมมือ และการเชื่อมโยงการมีส่วนร่วมระหว่างนักวิจัยกับภาคีภายนอก เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม เพิ่มผลิตภาพ และสร้างประโยชน์ทางสังคมและเศรษฐกิจ แม้สมาคมจะมีที่ตั้งในสหราชอาณาจักร แต่มีเครือข่ายความร่วมมือในระดับนานาชาติ โดยประกอบด้วยนักวิชาชีพด้านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้มากกว่า 5,000 คน จากองค์กรกว่า 200 แห่ง รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจ ด้วยบทบาทของ KE UK ครอบคลุมไปถึงการทำงานร่วมกับหน่วยงานในระดับนโยบายของประเทศ การหารือครั้งนี้ จึงทำให้ทราบถึงทิศทางและโปรแกรมการสนับสนุนใหม่ ๆ ของอังกฤษชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะการเน้นผลกระทบทางเศรษฐกิจจากบริบทของภูมิรัฐศาสตร์ หรือ กองทุน Higher Education Innovation Fund (HEIF) ที่มุ่งสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้รวมไปถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ
Dr. Fabio Bianchi & Dr. Irene Dal Poz, Managing Consultants, Oxentia
Oxentia เริ่มต้นจากการเป็นหน่วยงานปฏิบัติการภายใต้ Oxford University Innovation ซึ่งเป็นบริษัทด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ด มีรากฐานอยู่ที่เมืองอ็อกซฟอร์ด ขณะเดียวกันมีมุมมองและการดำเนินงานในระดับโลก นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 เป็นต้นมา Oxentia ได้ให้การสนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพแก่ลูกค้ากว่า 70 ประเทศทั่วโลก กลุ่มลูกค้าของ Oxentia มีความหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ นักประดิษฐ์ นักลงทุน และนักวิจัย
ที่ผ่านมา Oxentia ถือเป็นอีกบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างมืออาชีพ มีโอกาสได้ทำงานให้กับหน่วยงานให้ทุนวิจัยอังกฤษหลายแห่ง มีบทบาทในการช่วยผลักดันและนำแนวคิดใหม่ ๆ ไปสู่การพัฒนาและการนำไปใช้จริง ซึ่ง บพค. มีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต จึงถือเป็นอีกพันธกิจที่สอดคล้องกับ Oxentia ที่เปิดโอกาสไปสู่การออกแบบการเตรียมความพร้อมการวิจัยขั้นแนวหน้า กำลังคน และโครงสร้างพื้นฐานร่วมกันในอนาคต โดยการประชุมในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้แทนจาก Foreign, Commonwealth & Development Office (FCDO) ประจำประเทศไทยเข้าร่วมหารือแนวทางความร่วมมือไปพร้อมกัน

Prof. Dermot O’Hare, Director SCG-Oxford Centre of Excellence (CoE) ศูนย์ความเป็นเลิศ (Centre of Excellence: CoE) ที่จัดตั้งขึ้นที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดนี้ ทำหน้าที่เป็นเวทีบูรณาการบุคลากรสายวิชาการของมหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ด จากหลากหลายสาขาวิชา และเป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและการค้นพบแนวทางแก้ไขปัญหาในการบรรลุเป้าหมายระยะยาวด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน ลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และสร้างประโยชน์แก่สังคมและชุมชน
ด้วยความมุ่งมั่นในการร่วมสร้างโลกที่ดียิ่งขึ้น พันธกิจของ CoE จึงเป็นเรื่องของการส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือเชิงบุกเบิกระหว่างนักวิจัยของมหาวิทยาลัยที่ทำงานอยู่ชั้นแนวหน้าขององค์ความรู้ เพื่อดำเนินการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก ซึ่งสามารถสนับสนุนให้บริษัท SCG บรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ขององค์กรได้ โดย CoE ได้กำหนดประเด็นวิจัยเชิงยุทธศาสตร์จำนวน 5 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การจัดการก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide Management) ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) วัตถุดิบคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Feedstocks) และวัสดุเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Materials for Environmental Sustainability)
