บพค. – Asia Science Mission หารือเชิงยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อน Mission-Driven Science และความร่วมมือความยั่งยืนระดับภูมิภาค

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการ บพค. และ ดร.จิตติ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการ บพค. ได้หารือแนวทางการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์เชิงพันธกิจ ร่วมกับ Dr.Anik Bhaduri ผู้อำนวยการ Asia Science Mission (ASM) และ Dr.Ria Lambino ผู้นำด้านปฏิบัติการและการประสานงาน ASM เพื่อร่วมกันจัดหาแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือด้าน Mission-Driven Science ในระดับภูมิภาคเอเชีย
การหารือมุ่งเน้นการพัฒนาแนวทางบูรณาการเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านความยั่งยืนที่มีความซับซ้อน อาทิ การเสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ ปัญหามลพิษทางอากาศ (PM2.5) การกัดเซาะชายฝั่ง ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน ตลอดจนกลไกการกำกับดูแลเชิงคาดการณ์ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า การวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ หากปราศจากการเชื่อมโยงเชิงระบบกับกรอบการกำกับดูแล กลยุทธ์การลงทุน การวิเคราะห์ความเสี่ยง และระบบนวัตกรรมที่เชื่อมโยงถึงกัน ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการ บพค. กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดกลุ่มวิจัยเชิงประเด็นภายในประเทศ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยชี้ว่า แม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพด้านการวิจัยที่เข้มแข็งในหลายสถาบัน แต่ยังมีลักษณะกระจายตัวทั้งในเชิงพื้นที่และเชิงสถาบัน

“สำหรับประเด็นอย่าง PM2.5 ในภาคเหนือ หรือการกัดเซาะชายฝั่งในภาคใต้ เราเห็นความจำเป็นในการรวมองค์ความรู้และผู้เชี่ยวชาญเป็น Consortium ระดับชาติ เพื่อขับเคลื่อนแนวทางการแก้ไขปัญหาบนฐานวิทยาศาสตร์ในระดับที่ขยายผลได้จริง ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมระดับประเทศให้ชัดเจน จะทำให้ไทยสามารถเชื่อมโยงกับกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” ดร.ณิรวัฒน์ฯ กล่าว

นอกจากนี้ ดร.ณิรวัฒน์ ยังได้ยกตัวอย่างกรณีการปนเปื้อนโลหะหนักในลุ่มน้ำกกทางภาคเหนือ ซึ่งงานวิจัยขั้นแนวหน้าของไทยได้สนับสนุนกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงในระดับกรรมาธิการของรัฐสภา อย่างไรก็ตาม แหล่งกำเนิดมลพิษมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่นอกพรมแดนประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นของกลไกระดับภูมิภาคในการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมแบบข้ามพรมแดน

Dr.Anik Bhaduri กล่าวเสริมว่า “ความไม่แน่นอนไม่ได้หยุดอยู่ที่เส้นพรมแดน” พร้อมเน้นย้ำบทบาทของวิทยาศาสตร์การทูต (science diplomacy) และกลไกความร่วมมือระดับภูมิภาคในการรับมือกับความท้าทายร่วมกัน
ในประเด็นการขับเคลื่อนการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืน Dr.Anik ชี้ให้เห็นว่า ความไม่แน่นอนเชิงระบบที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการระดมทุนภาคเอกชนและการขยายผลเทคโนโลยีนวัตกรรมในภูมิภาคเอเชีย พร้อมเสนอแนวคิดการจัดตั้ง “Impact Dialogue” ซึ่งเป็นเวทีหารือขนาดเล็กที่ประกอบด้วยผู้แทนจากประเทศที่คัดเลือก เพื่อร่วมกันระบุอุปสรรคเชิงความไม่แน่นอนที่เป็นตัวขัดขวางการลงทุนและนวัตกรรมด้านความยั่งยืน

Asia Science Mission ร่วมกับ International Science Council แสดงความพร้อมในการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกด้านการลงทุน (investable intelligence) และการวิเคราะห์ความเสี่ยง (risk diagnostics) เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงประจักษ์ภายใต้เวทีดังกล่าว โดยย้ำว่า ความริเริ่มนี้มิได้มุ่งเน้นการผูกพันงบประมาณในทันที แต่เป็นการร่วมออกแบบกลไกระยะยาว เพื่อสร้างความสอดประสาน การทดลองเชิงนโยบาย และการเรียนรู้ร่วมกัน
ทั้งนี้ ASM ยังได้รายงานความคืบหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรระหว่างประเทศสำคัญ อาทิ รัฐบาลออสเตรเลีย กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น องค์การวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งญี่ปุ่น (JST) องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ตลอดจนหน่วยงานในยุโรปและเอเชีย ซึ่งหลายหน่วยงานแสดงความสนใจสนับสนุนความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์ นโยบาย และการลงทุนในเอเชีย
การหารือครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ร่วมกันในการขับเคลื่อน Mission-Driven Science เสริมสร้างหุ้นส่วนความร่วมมือระดับภูมิภาค และเพิ่มขีดความสามารถของเอเชียในการรับมือกับความท้าทายด้านความยั่งยืนที่มีความซับซ้อน ผ่านการบูรณาการวิทยาศาสตร์ นโยบาย และการลงทุนอย่างเป็นระบบ