


เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร.จิตติ มังคละศิริ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการ บพค. และเจ้าหน้าที่ บพค. ให้การต้อนรับ Dr. Ludovic Andres, Attaché for Scientific and Higher Education Cooperation และคณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เพื่อร่วมหารือแนวทางการจัดงาน The 1st Heritage Science Forum “The Starting Point: Applying Advanced Science to Preserve and Enhance Cultural Heritage” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 12-13 พฤษภาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างนักวิจัยไทยและฝรั่งเศส ในสาขา“วิทยาศาสตร์มรดก” (Heritage Science) ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ประวัติศาสตร์ และศิลปะ เข้าด้วยกันเพื่อพัฒนาความเข้าใจเชิงลึกและระบบการจัดการมรดกวัฒนธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการ บพค. ได้นำเสนอยุทธศาสตร์และพันธกิจของ บพค. ในการสนับสนุนทุนวิจัยภายใต้กรอบแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พร้อมทั้งนำเสนอกลุ่มเทคโนโลยีเป้าหมาย 6 ด้านที่ บพค. ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ เทคโนโลยีดิจิทัลและการประมวลผล (Digital & Computing) เทคโนโลยีเซนเซอร์และอิเล็กทรอนิกส์ (Sensor & Electronics) เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) พลังงานสะอาด (Clean Energy) วัสดุขั้นสูง (Advanced Materials) และเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Technology) นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของโปรแกรมความร่วมมือระหว่างประเทศในรูปแบบการสนับสนุนทุนร่วม (Co-funding) เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และในโอกาสนี้ บพค. เล็งเห็นว่าการประยุกต์ใช้ Heritage Science เป็นกลไกสำคัญในการรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของไทย และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนากำลังคนและงานวิจัย ตลอดจนรับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากประเทศฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้นำระดับโลก


ด้าน Dr. Ludovic Andres ได้กล่าวชื่นชมประเทศไทยที่มีแหล่งมรดกโลกและโบราณสถานสำคัญจำนวนมาก การใช้วิทยาการด้าน Heritage Science เข้ามาช่วยในการอนุรักษ์และบูรณะจะเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย ซึ่งประเทศฝรั่งเศสมีความพร้อมในการสนับสนุนประเทศไทยผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ โดยระบุว่าฝรั่งเศสให้ความสำคัญกับ Heritage Science มาอย่างยาวนานภายใต้การดูแลของกระทรวงวัฒนธรรม โดยการจัดงานครั้งนี้ จะมีผู้เชี่ยวชาญด้าน Heritage Science จากกระทรวงวัฒนธรรมมาถ่ายทอดองค์ความรู้และหารือความร่วมมือกับนักวิจัยชาวไทย ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการขยายผลจากการขุดค้นทางโบราณคดี สู่การวิจัยเชิงลึกและการสร้างเครือข่ายบุคลากรวิจัยด้าน Heritage Science ร่วมกันประกอบกับประเทศไทยมีภูมิอากาศที่แตกต่างกับทางยุโรป ด้วยความแตกต่างจึงทำให้เป็นประเด็นทางวิชาการที่น่าสนใจอย่างยิ่ง นอกจากนี้ จะมีการนำกรณีศึกษาที่น่าสนใจ อาทิ การบูรณะมหาวิหาร Notre Dame de Paris มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในงาน The 1st Heritage Science Forum “The Starting Point: Applying Advanced Science to Preserve and Enhance Cultural Heritage” ด้วย
สำหรับกิจกรรมสำคัญภายในงาน Heritage Science Forum ที่จะเกิดขึ้น ประกอบด้วย:
📍 วันที่ 12 พฤษภาคม 2569: การสัมมนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์โดยผู้เชี่ยวชาญจากฝรั่งเศสและนักวิจัยไทย พร้อมนิทรรศการแสดงผลงานวิจัยด้านการอนุรักษ์โบราณสถานทั้งจากประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพฯ สีลม
📍 วันที่ 13 พฤษภาคม 2569: การลงพื้นที่ศึกษาโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการบูรณะมรดกวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ งาน Forum ดังกล่าวจะเปิดลงทะเบียนในเดือนมีนาคม 2569 ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ทางช่องทางประชาสัมพันธ์ของ บพค. และสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย
ในช่วงท้าย บพค. ได้นำเสนอความก้าวหน้าของความร่วมมือที่ผ่านมาจากโครงการ Franco-Thai Young Talent Research Fellowship Program ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และหารือการขยายความร่วมมือไปสู่การพัฒนาบุคลากรสมรรถนะสูงและการวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) อาทิ พลังงาน อาหาร หรือ การแพทย์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยได้ปฏิบัติงานร่วมกับสถาบันชั้นนำในฝรั่งเศส อันเป็นการเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
บพค. เร่งรัดงานวิจัยเร่งรัดและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผ่านการพัฒนาบุคลากรสมรรถนะสูง งานวิจัยขั้นแนวหน้า และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน วทน.