บพค. ร่วมวงเสวนาเชิงนโยบาย “ยกระดับกำลังคนอุดมศึกษา สู่ยุค AI สร้างสรรค์ เปลี่ยนผู้ใช้เทคโนโลยีเป็นผู้สร้างอนาคต – Future Thais in the Age of AI ภายในมหกรรม One Stop Open House 2026

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ดร.พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดเวทีเสวนาเชิงนโยบายในหัวข้อ “ยกระดับกำลังคนอุดมศึกษา สู่ยุค AI สร้างสรรค์ เปลี่ยนผู้ใช้เทคโนโลยี เป็นผู้สร้างอนาคต (Future Thais in the Age of AI)” และกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “นโยบาย AI love U สร้างกำลังคนและขับเคลื่อนนวัตกรรม AI เพื่ออนาคต” อำนวยการจัดงานโดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายในงานมหกรรม One Stop Open House 2026 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 8 มีนาคม 2569 ณ ฮอลล์ 1-2 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ชินวุธ พิพัฒน์ภานุกูล ผู้ทรงคุณวุฒิหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) ได้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย และได้รับเกียรติจากคณะวิทยากรจากหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ อาทิ

  • รศ.ดร.รัฐชาติ มงคลนาวิน คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และประธานกรรมการเพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI love U)
  • ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ปฏิบัติหน้าที่อนุกรรมการประจำหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.)
  • ศ.ดร.สุรินทร์ คำฝอย รองผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)
  • ผศ.ดร.อรัญ แบล็ทเลอร์ ผู้อำนวยการหลักสูตรวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)
  • ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) เป็นผู้ดำเนินรายการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ในการนี้ ดร.พิมพ์พรฯ เลขานุการ รมว.อว. กล่าวว่า ในบริบทโลกปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นกลไกสำคัญที่กำหนดทิศทางระบบเศรษฐกิจ รูปแบบการทำงาน ระบบการศึกษา ตลอดจนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สำหรับประเทศไทยนั้น ประเด็นท้าทายจึงไม่ใช่เพียงการตั้งคำถามว่า “จะประยุกต์ใช้ AI อย่างไร” แต่คือ “จะเตรียมความพร้อมทรัพยากรบุคคลของชาติให้ก้าวโลกยุค AI นี้ได้อย่างไร” เพื่อพลิกโฉมคนไทยจากการเป็นเพียงผู้ใช้งานเทคโนโลยี สู่การเป็นผู้สร้างสรรค์คุณค่า นวัตกรรม และกำหนดอนาคตของชาติด้วยตนเอง ด้วยเหตุนี้ กระทรวง อว. จึงได้ขับเคลื่อนนโยบาย “AI ❤ U” เพื่อยกระดับศักยภาพกำลังคนของประเทศ โดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษา ให้มีทักษะ องค์ความรู้ และกระบวนทัศน์ที่สอดรับกับความเปลี่ยนแปลง หัวใจสำคัญของนโยบายนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดน์ที่ว่า “AI คืออนาคต และ อว. คือสะพานเชื่อม” ซึ่งเป็นกลไกบูรณาการการศึกษา การวิจัย นวัตกรรม และภาคเศรษฐกิจ ให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันและตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง
สำหรับแนวทางของแคมเปญ AI LOVE U ใน 3 มิติเชิงวิชาการ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ AI เข้าถึงคนไทยทุกกลุ่มวัย กระทรวง อว. ได้วางแนวทางการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “U” 3 ด้าน ดังนี้
1. U-Universities (สำหรับกลุ่มคน Gen Z): ปฏิรูปมหาวิทยาลัยให้เป็น Talent Incubator มุ่งผลิตบุคลากรด้าน AI (AI Talent) แก้ปัญหาช่องว่างทักษะ (Skill Gap) ที่ตลาดแรงงานยุคใหม่ต้องการอย่างเร่งด่วน
2. U-Utilization (สำหรับกลุ่มคน Gen Y และผู้ประกอบการ): การนำไปใช้จริงเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านการส่งเสริมโครงการ “AI คนละครึ่ง” เพื่อสนับสนุน SME ไทยในการเข้าถึงเทคโนโลยี AI และพัฒนาโครงการเชิงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ภาษาไทยใน AI (Pathumma LLM) และ AI สำหรับการเกษตรอัจฉริยะ
3. U-Universal (สำหรับกลุ่มคน Gen X และ Baby Boomers): AI เพื่อความเท่าเทียมในทุกช่วงวัย ได้มีการเปิดตัวโครงการ AI for Silver Age เพื่อเสริมสร้างทักษะดิจิทัลและดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ และโครงการ AI Corporate Coaching สำหรับผู้บริหารและคนทำงานรุ่นใหญ่เพื่อปรับตัวเข้ากับยุคดิจิทัล

โอกาสนี้ ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ได้กล่าวในวงเสวนาฯ ถึงบทบาทของหน่วยงานให้ทุนที่ต้องมีการปรับแผนสนับสนุนทุนที่มุ่งสร้างระบบนิเวศอันเอื้ออำนวยให้เกิดการสร้างกำลังคนอุดมศึกษาได้ตอบโจทย์กับผลลัพธ์ที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนที่พร้อมใช้งาน (Ready to use) ผ่านกลไกหลักสูตรแบบ Work-based Education หรือ Project-based Learning ในสถานที่ปฏิบัติงานจริง และไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เพียงในชั้นปีที่ 3 – 4 เท่านั้น เพื่อสร้างแวดล้อมที่พร้อมต่อการยกระดับทักษะได้ในขั้นต้น รับโจทย์จริง และได้รับคำแนะนำทั้งจากฝั่งมหาวิทยาลัยและภาคเอกชนด้วย พร้อมยังชี้ให้เห็นว่า หากยังสนับสนุนการใช้หลักสูตรแบบเดิม พร้อมโจทย์การให้ทุนแบบเดิม อาจไม่เพียงพอสำหรับยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพราะประเทศไทยเองมีการดึงดูดการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามา เช่น อุตสาหกรรมเกี่ยวกับ Data Center หุ่นยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น
ภายในวงเสวนาฯ ยังได้เน้นย้ำว่า AI ไม่ได้เข้ามาเพื่อแทนที่ทุกอย่างในชีวิตของมนุษย์ จะยังคงเป็นเครื่องมือที่มนุษย์ใช้ประโยชน์ภายใต้ความน่าเชื่อถือและการใช้อย่างมีจริยธรรม (Trustworthy and Responsible AI) พร้อมกับการพัฒนากำลังคนผ่านการศึกษาในรูปแบบ Industry Centric ให้เอกชนหรือผู้ใช้เป็นผู้กำหนดโจทย์ และภาครัฐสนับสนุนกลไก ซึ่งกระทรวง อว. พร้อมที่จะส่งเสริมและปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เพื่อเร่งสร้างอนาคตประเทศไทยไปกับแนวทาง Accelerating the Future

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต
Program Management Unit for Frontier Brainpower and Future Industries

319 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
02-109-5432 ต่อ 845
[email protected]

ช่องทางการติดต่อสารบรรณของหน่วยงาน :
[email protected]

      ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่