บพค. ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือไทย–ออสเตรเลีย ผนึกกำลังยกระดับการผลิตยาและวัคซีน มุ่งสู่ความมั่นคงสาธารณสุขในประเทศ และภูมิภาคอาเซียน

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร.รัฐภูมิ ตู้จินดา ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการหน่วยฯ และเจ้าหน้าที่ บพค. เข้าร่วมงานแถลงข่าวความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างไทยและออสเตรเลียในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพในภูมิภาค ผ่านโครงการ Biologics and Pharmaceuticals Manufacturing in Thailand for Equitable Access to Medicines (BPM-TEAM) ณ ไบโอเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ปทุมธานี
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยโดย บพค. เป็นระยะเวลา 2 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566 และ 2568 จากนั้นโครงการได้ประสบความสำเร็จในการสร้างความร่วมมือและได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโปรแกรม Partnerships for a Healthy Region ของรัฐบาลออสเตรเลีย เป็นระยะเวลา 4 ปี จำนวน 1.75 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยมีองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งออสเตรเลีย (Commonwealth Scientific and Industrial Research Organisation: CSIRO) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน ร่วมกับพันธมิตรสำคัญของไทย ได้แก่ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และโรงงานต้นแบบผลิตยาชีววัตถุแห่งชาติ (NBF) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศไทยในการผลิตชีววัตถุ (Biologics) และ สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (Active Pharmaceutical Ingredients: API) เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านสุขภาพ นวัตกรรม และการเข้าถึงยาที่จำเป็นอย่างเท่าเทียม

ในโอกาสนี้ ดร. แอนเจลา แมคโดนัลด์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างระบบสาธารณสุขที่มีความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค พร้อมเน้นย้ำว่าการเสริมสร้างขีดความสามารถในการผลิตยาและวัคซีนภายในประเทศ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของความมั่นคงทางสุขภาพ ซึ่งจะช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สามารถรับมือกับวิกฤตในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
ดร.ณิรวัฒน์ฯ ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อความสำเร็จของโครงการ โดยในฐานะหน่วยร่วมให้ทุน บพค. ให้ความสำคัญกับโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ระดับประเทศ โดยโครงการ iAPI-NET ตอบโจทย์ดังกล่าวอย่างชัดเจน เนื่องจากช่วยแก้ปัญหาการพึ่งพาการนำเข้าสารตั้งต้นยา (API) ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงด้านยา โครงการนี้ไม่เพียงเป็นงานวิจัย แต่เป็นแพลตฟอร์มพัฒนาศักยภาพประเทศแบบครบวงจร โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่งานวิจัยต้นน้ำจนถึงการผลิตระดับอุตสาหกรรม พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น Continuous-flow Synthesis และ Biocatalysis มาใช้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งพัฒนากำลังคนผ่านการฝึกอบรมและความร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ อย่าง CSIRO เพื่อเสริมสร้างบุคลากรที่มีทักษะรองรับอุตสาหกรรมยาของประเทศในระยะยาว

ด้านศาสตราจารย์ ดร. ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า “นอกเหนือจากการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านวิชาการแล้ว ความร่วมมือครั้งนี้ยังสนับสนุนงานพัฒนาวัคซีน โดยเฉพาะการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ความก้าวหน้าเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการปิดช่องว่างระหว่างงานวิจัยในห้องปฏิบัติการและการนำไปใช้ประโยชน์จริง ช่วยให้วัคซีนต้นแบบสามารถพัฒนาไปสู่การผลิตในระดับที่เหมาะสมและนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังแสดงความขอบคุณต่อทุน บพค. ที่ช่วยสนับสนุนทางโครงการด้าน API ที่ช่วยให้มีนักวิจัยไทยมากขึ้นได้รับการเรียนรู้และปฏิบัติงานทางด้านการวิจัยผลิต API ร่วมกับโครงการนี้
ดร.ภญ.พรทิพย์ วิรัชวงศ์ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า ”โครงการนี้สร้างผลกระทบสำคัญใน 2 ด้าน คือ การผลิตเภสัชภัณฑ์และการพัฒนาชีววัตถุ ความร่วมมือระหว่างนักวิจัยไทยและออสเตรเลียสามารถพัฒนาและขยายกระบวนการสังเคราะห์ API สำคัญ เช่น Abacavir Hemi Sulfate ได้สำเร็จในระดับก่อนกึ่งอุตสาหกรรม โดยมีผลผลิตและความบริสุทธิ์สูง และสามารถผลิตยาเม็ดต้านเอชไอวีได้ในปริมาณมาก ความสำเร็จนี้สะท้อนศักยภาพของไทยในการต่อยอดงานวิจัยสู่การผลิตจริง อีกทั้งการใช้เทคโนโลยี Continuous-flow ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ รองรับการขยายขนาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสสู่การผลิตในประเทศและการส่งออกในภูมิภาคอาเซียน

จากนั้น ศาสตราจารย์ซูซี นิลส์สัน ผู้อำนวยการวิจัย โปรแกรมการผลิตชีวเวชภัณฑ์ (Biomedical Manufacturing Program), CSIRO และ ดร.ภก.นิติพล ศรีมงคลพิทักษ์ หัวหน้าโครงการที่ได้สนับสนุนทุนจาก บพค. ได้รายงานผลการดำเนินงานโครงการที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจนทั้งในส่วนของโครงการย่อยด้านสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (API) และด้านชีววัตถุ นับตั้งแต่เริ่มโครงการในเดือนธันวาคม 2567 CSIRO และหน่วยงานพันธมิตรจากประเทศไทยได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในรูปแบบการวิจัย พัฒนาร่วม ซึ่งผสมผสานทั้งการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการอย่างสม่ำเสมอ และการพัฒนากระบวนการผลิตร่วมกัน โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดหลักสูตรฝึกอบรมภาคปฏิบัติ ณ ห้องปฏิบัติการของ CSIRO ที่ออสเตรเลียหลายครั้ง ครอบคลุมทั้งด้าน API และชีววัตถุ ควบคู่กับการประชุมติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของทีมจากทั้งสองประเทศ
รองศาสตราจารย์ บุษยา บุนนาค ที่ปรึกษา โรงงานต้นแบบผลิตยาชีววัตถุแห่งชาติ (National Biopharmaceutical Facility: NBF) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวเน้นว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศไทยด้านการพัฒนาชีวเภสัชภัณฑ์ในระยะเริ่มต้น โดยการยกระดับศักยภาพดังกล่าวจะช่วยให้ NBF สามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการนำผลงานวิจัยไปสู่การผลิตในระดับขยายขนาด (Translational Hub) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย เพื่อนำผลงานวิจัยที่มีศักยภาพจากห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตในระดับขยายขนาด (Scale-up) และต่อยอดสู่การทดลองทางคลินิกในอนาคต

ความร่วมมือนี้ถือเป็นผลสำเร็จจากพันธกิจสำคัญของ บพค. ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบนิเวศ ววน. ผ่านการสนับสนุนทุนภายใต้แผนงาน P22 (S4) พัฒนาและยกระดับสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้ตอบโจทย์เป้าหมายของประเทศอย่างชัดเจนและสามารถเทียบเคียงระดับนานาชาติ ที่ไม่เพียงแต่จะมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานด้าน ววน. ของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับระบบนิเวศด้านการผลิตชีวเภสัชภัณฑ์ของประเทศแบบครบวงจร (End-to-end Biomanufacturing Ecosystem) อีกทั้งยังช่วยเสริมความพร้อมของขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในอุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ ดึงดูดการลงทุนในอนาคต และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญในภูมิทัศน์เทคโนโลยีชีวภาพระดับภูมิภาคอีกด้วย

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต
Program Management Unit for Frontier Brainpower and Future Industries

319 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
02-109-5432 ต่อ 845
[email protected]

ช่องทางการติดต่อสารบรรณของหน่วยงาน :
[email protected]

      ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่