
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับเกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนาและนิทรรศการนานาชาติ “การบันทึกมรดกและการตีความทางประวัติศาสตร์: ผลการค้นพบใหม่จากเอเชียทางทะเล” ณ หอศิลปะพระพรหมพิจิตร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ
การจัดงานครั้งนี้เป็นผลลัพธ์สำคัญของโครงการสำรวจมรดกทางทะเลเอเชีย หรือ MAHS (Maritime Asia Heritage Survey) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.เกรียงไกร เกิดศิริ รองคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ Professor Dr. R. Michael Feener ผู้อำนวยการโครงการสำรวจมรดกทางทะเลเอเชีย หรือ MAHS (Maritime Asia Heritage Survey)โดยมีผู้แทนจากสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากประเทศไทย อินโดนีเซีย มัลดีฟส์ และญี่ปุ่นเข้าร่วมกว่า 50 คน

โอกาสนี้ Professor Dr. R. Michael Feener กล่าวแนะนำโครงการว่า เป้าหมายสำคัญของโครงการคือการสร้าง “ห้องสมุดดิจิทัล” ที่รวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมซึ่งหาได้ยากในระดับสากล โดยได้ขยายขอบเขตจากการทำงานในมัลดีฟส์และอินโดนีเซียมาสู่ความร่วมมือครั้งสำคัญในประเทศไทยภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพค. ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดที่จัดทำขึ้นจะอยู่ในรูปแบบเปิดให้เข้าถึงได้อย่างเสรี เพื่อให้นักวิจัยและสาธารณชนสามารถนำไปศึกษาต่อยอดได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการรักษาและส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมของภูมิภาคผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่
ในการนี้ ดร.ณิรวัฒน์ฯ ได้ขึ้นกล่าวเปิดงานว่า “มรดกทางทะเลของเอเชียคือสายใยที่เชื่อมโยงผู้คนข้ามพรมแดนมานับศตวรรษ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการค้า ความเชื่อทางศาสนา ภาษา หรือศิลปะ แต่วันนี้สายใยเหล่านั้นกำลังถูกคุกคามจากทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และการขยายตัวของเมืองที่ไม่หยุดยั้ง หากเราไม่ลงมือวันนี้ สิ่งที่เราสูญเสียไปจะไม่ใช่แค่สถานที่ แต่คือ “องค์ความรู้” ทั้งระบบที่จะไม่มีวันกลับมา โครงการ MAHS จึงมีความหมายมากกว่าการบันทึกมรดกมรดกทางวัฒนธรรม แต่เป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ผ่านการบูรณาการข้ามสาขาวิชา ข้ามสถาบัน ข้ามพรมแดน และนี่คือพันธกิจที่ บพค. มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้เดินหน้าต่อไป”

พร้อมกันนี้ บพค. ได้ประกาศความพร้อมในการสนับสนุนโครงการวิจัยระยะต่อไป ภายใต้ชื่อ “โครงการศึกษามรดกวัฒนธรรมภูเขาศักดิ์สิทธิ์จากยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงก่อนสมัยใหม่ด้วยเทคโนโลยีการสำรวจขั้นสูง” นำโดยทีมวิจัยชุดเดิม เพื่อขยายการศึกษาจากมรดกทางทะเลและชายฝั่ง สู่พื้นที่ภูเขาและแผ่นดินภายใน อันเป็นการเติมเต็มองค์ความรู้ด้านมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของภูมิภาคให้ครบถ้วนสมบูรณ์ โดย บพค. เชื่อมั่นว่าการวิจัยที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างบูรณาการ คือรากฐานสำคัญที่จะเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในเวทีวิชาการนานาชาติต่อไป
