
เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมหารือแนวทางความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่น ด้านการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Semiconductor นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ศ.ดร.สุรินทร์ คำฝอย รองผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ดร.นัยวุฒิ วงษ์โคเมท ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) และอุปนายกสมาคมไทยอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (THSIA) ณ อาคารรัฐสภา
การหารือครั้งนี้ได้นำเสนอกรอบการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทยใน 4 มิติหลัก ได้แก่ (1) Ecosystem Hub การเชื่อมโยงผู้เล่นทั้งระบบ (2) Talent Development การพัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการอุตสาหกรรม (3) R&D Platform การขับเคลื่อนนวัตกรรม และ (4) Investment Enablement การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน
พร้อมกันนี้ ได้เสนอกรอบความร่วมมือ Thailand–Japan Framework ที่มุ่งยกระดับจาก Cooperation สู่ Integration โดยมีประเทศญี่ปุ่นเป็น Strategic Partner ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) ทั้งด้านการศึกษา การวิจัย และอุตสาหกรรม อาทิ การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและนักวิจัย การวิจัยร่วมด้าน IC Design และ Photonics การพัฒนา Wafer Fabrication และการสร้าง Ecosystem ของ Startup

โอกาสนี้ ดร.ณิรวัฒน์ฯ ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนากำลังคนเชิงยุทธศาสตร์ (Frontier Brainpower) โดยมุ่งผลิตบุคลากรที่สามารถทำงานได้จริงในภาคอุตสาหกรรม ผ่านแผนงาน Industrial Postdoc/Postgrad Fellowship แผนงานการพัฒนาทักษะใหม่ Upskill/Reskill และแผนงานเป้าหมายสำคัญ “ประเทศไทยเกิดงานใหม่ ทักษะสูง รายได้ดีใน 3 อุตสาหกรรม (Semiconductor, EV และ AI)” ในช่วงปี 2568–2569
บพค. ตั้งเป้าพัฒนากำลังคนใน 3 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ Semiconductor, EV และ AI รวมประมาณ 7,500 คน โดยเฉพาะในสาขา Semiconductor ได้พัฒนาแล้วกว่า 2,500 คน ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่มูลค่า ตั้งแต่ IC Design, Wafer Fabrication, Advanced Packaging ไปจนถึง Electronic Devices แนวทางสำคัญของ บพค. เน้น Demand-driven ที่ภาคอุตสาหกรรมเป็นผู้กำหนดโจทย์ ควบคู่กับการเรียนรู้แบบ Hands-on และ Project-based และการบูรณาการระหว่างมหาวิทยาลัยและอุตสาหกรรม (University–Industry Integration) โดยมุ่งหวังผลลัพธ์เชิงรูปธรรม ทั้งการจ้างงานใหม่ การเพิ่มค่าตอบแทน และการยกระดับผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ บพค. ยังผลักดันความร่วมมือระดับนานาชาติผ่าน Global Partnership โดยเฉพาะความร่วมมือกับ Japan Science and Technology Agency (JST) ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การร่วมลงทุน (Co-funding) การร่วมกำหนดโจทย์วิจัย (Co-design) การใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วม (Shared Infrastructure) และการพัฒนากำลังคนร่วมกัน (Joint Talent Development)
การหารือครั้งนี้จึงเป็นการสะท้อนการยกระดับ “เซมิคอนดักเตอร์” ให้เป็น วาระเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี (Technology Backbone) ที่เชื่อมโยงทั้งเศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมขั้นสูง และความมั่นคงทางเทคโนโลยี ซึ่งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไม่สามารถพัฒนาได้ในระยะสั้น แต่ต้องอาศัยการลงทุนระยะยาว ทั้งด้านกำลังคนเชิงลึก การเชื่อมโยง Ecosystem และการบูรณาการเข้าสู่ระบบเทคโนโลยีระดับโลก
