
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 — สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. โดย หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค. หรือ PMUB) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เปิดเวทีประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “The 1st Heritage Science Forum” ภายใต้แนวคิด “The Starting Point: Applying Advanced Science to Preserve and Enhance Cultural Heritage” ณ ห้องคริสตัลบอลรูม โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพฯ สีลม โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ พร้อมด้วยนายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานกรรมการ บพค. ปฏิบัติหน้าที่ประธานอนุกรรมการประจำหน่วยฯ (บพค.) และมี ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. ให้การต้อนรับ โดยมีวัตถุประสงค์การจัดงานฯ เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักวิจัยไทยและนานาชาติ พร้อมขับเคลื่อนการใช้วิทยาศาสตร์และการวิจัยขั้นแนวหน้ามาประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

การจัดงานครั้งนี้นับเป็นภารกิจสำคัญภายใต้บทบาทใหม่ของ รวพ. ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกา มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 เพื่อเป็นกลไกหลักของประเทศในการเร่งรัดให้งานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดย บพค. ได้รับมอบหมายให้ขับเคลื่อน “Heritage Science” หรือ “วิทยาศาสตร์เพื่อมรดกวัฒนธรรม” ในฐานะหนึ่งในประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต ที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งในมิติของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และการเสริมสร้าง Soft Power ของไทยในเวทีโลก
ภายในงานฯ ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Strategic Direction for Thailand” โดยเน้นย้ำว่า เวทีในวันนี้มิได้เป็นเพียงการประชุมวิชาการ หากแต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ของภาครัฐไทยที่ชูยุทธศาสตร์ พลิกโฉมประเทศไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม มุ่งยกระดับสู่ประเทศรายได้สูง อันเป็นกลไกในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่อัตลักษณ์ของชาติ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้และเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน
ศ.ดร.ยศชนันฯ กล่าวว่า Heritage Science Forum ครั้งนี้ถือเป็นเวทีแรกที่ทั้งสองประเทศจัดร่วมกันอย่างเป็นทางการในด้านการอนุรักษ์คุณค่าแห่งมรดกทางวัฒนธรรม และเป็นจุดเริ่มต้นในการวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Heritage Science แห่งภูมิภาคอาเซียนในอนาคต เพราะประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลายและมั่งคั่ง ซึ่งล้วนเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ของชาติที่ต้องการการดูแลด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยกระทรวง อว. มีเป้าหมายที่จะพลิกโฉมประเทศไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม มุ่งยกระดับสู่ประเทศรายได้สูง ซึ่งจะเป็นกลไกในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่อัตลักษณ์ของชาติ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้และเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน


“การจับมือกับสาธารณรัฐฝรั่งเศสในครั้งนี้ ช่วยให้การทูตวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) เป็นภาษากลางสำหรับสร้างพันธมิตรทางปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวาระความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-ฝรั่งเศสที่ดำเนินมายาวนานกว่า 170 ปี” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. กล่าวต้อนรับและรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานว่า ภายใต้โครงสร้างการบริหารใหม่ของ รวพ. นั้น พันธกิจของ บพค. ได้ปรับให้มุ่งเน้นการ “เร่งรัดเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Accelerate Technology & Innovation)” เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของชาติ โดยยังคงดำรงบทบาทผู้นำในการสนับสนุนการวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) ทั้งในสาขาปัญญาประดิษฐ์ ควอนตัมเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีชีวภาพ พร้อมทั้งให้น้ำหนักกับ Heritage Science ที่ผนวกเทคโนโลยีขั้นแนวหน้ามาใช้ในงานวิจัยและพัฒนา
ดร.ณิรวัฒน์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า บพค. มอง Heritage Science ว่าเป็นการเชื่อมโยงคุณค่าและทุนจากอดีต ด้วยองค์ความรู้นำสมัยในปัจจุบัน ไปสู่การสร้างผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจสำหรับอนาคตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ เทคโนโลยีแสงซินโครตรอน วัสดุศาสตร์ระดับนาโน และการวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมโบราณ (Ancient DNA) เพื่อถอดรหัสภูมิปัญญาที่ซ่อนอยู่ในวัตถุทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกันยังมุ่งทลายกำแพงระหว่างศาสตร์วิทยาศาสตร์ (STEM) กับศาสตร์ทางสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ (SHA) เพื่อสร้างกำลังคนสมรรถนะสูงที่มีความเข้าใจในมิติทางวัฒนธรรมและสามารถใช้เทคโนโลยีในการสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่สังคม




นอกจากนี้ บพค. ยังทำหน้าที่เชื่อมโยงนักวิจัยไทยกับเครือข่ายระดับโลก ผ่านโปรแกรมสนับสนุนทุน อาทิ Global League ที่มุ่งให้คนไทยได้เข้าไปอยู่ในภาคีแกนนำสำคัญระดับโลก และกลไก Brainpower Linkage ที่สนับสนุนการแลกเปลี่ยนนักวิจัยกับสถาบันชั้นนำของฝรั่งเศสและประเทศในยุโรป เพื่อยกระดับมาตรฐานงานวิจัยไทยสู่ระดับ World-class ตลอดจนที่ผ่านมา ได้ร่วมสนับสนุนทุนแลกเปลี่ยนการวิจัยของนักวิจัยหลังปริญญาเอก-โท ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมาจวบจนปัจจุบัน
ภายในงานได้นำเสนอกรณีศึกษาระดับโลก โดย Dr. Sigrid Mirabaud จากกระทรวงวัฒนธรรมแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส บรรยายในหัวข้อ Heritage Science: Connecting Research, Museums and Heritage Conservation พร้อมทั้ง Dr. Ann Bourges จากศูนย์วิจัยและบูรณะพิพิธภัณฑ์แห่งชาติฝรั่งเศส (C2RMF) นำเสนอการรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรม รวมถึงการเสวนาเรื่องการบูรณะมหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งกรุงปารีส (Notre-Dame de Paris) ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการกู้คืนสัญลักษณ์อันสำคัญของมนุษยชาติ
ในด้านประเทศไทย ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.รัศมี ชูทรงเดช มหาวิทยาลัยศิลปากร บรรยายเรื่องโบราณคดีไทยจากอดีตสู่อนาคตด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ดร.วันทนา คล้ายสุบรรณ์ จากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) นำเสนอการใช้เทคนิควิเคราะห์ขั้นสูงในการฟื้นคืนเทคโนโลยีการผลิต “กระจกเกรียบ” แห่งวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเป็นองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมที่สูญหายไปนานเกือบหนึ่งศตวรรษ


นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ “The Journey of Heritage Science” ที่จัดแสดงผลงานวิจัยเด่น 6 โครงการ อาทิ การถอดรหัสทองคำโบราณแห่งปราสาทหินพิมาย การฟื้นคืนกระจกจืนแห่งล้านนา การวิเคราะห์เชิงคำนวณ (Computational Analysis) เพื่อบูรณะจิตรกรรมฝาผนังโบราณ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี LiDAR ในการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีในเขตเมืองเก่าสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร โดยความร่วมมือระหว่างสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพาทิศ (EFEO) กับกรมศิลปากร
การจัดงานครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลและกระทรวง อว. ในการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ที่สร้างคุณค่าให้กับสังคม โดย บพค. ในฐานะหน่วยบริหารจัดการทุน พร้อมเป็นผู้ลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ในทุนทางปัญญาและกำลังคนสมรรถนะสูงที่จะเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว ผ่านการสร้างระบบนิเวศวิจัยที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย หน่วยงานด้านวัฒนธรรม สถาบันวิจัย และเครือข่ายระดับนานาชาติเข้าด้วยกัน
อว. – รวพ. – บพค. เชื่อมั่นว่า “The 1st Heritage Science Forum” จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานต่างประเทศ และประชาชน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์เพื่อมรดกวัฒนธรรมในภูมิภาคอาเซียน และเป็นการสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมไทยว่า มรดกวัฒนธรรมของชาติคือ “ทุนแห่งอนาคต” ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างไม่สิ้นสุด หากได้รับการดูแลด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
