บพค. หนุนงานวิจัย Carbon Capture and Storage (CCS) ศึกษาเทคโนโลยีระดับแนวหน้าจากสหราชอาณาจักรและราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์

ระหว่างวันที่ 6-14 มิถุนายน 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ บพค. และ รศ. ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล หัวหน้าศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะทำงานจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินทางติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัยภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหราชอาณาจักรและราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เพื่อยกระดับงานวิจัยด้าน Carbon Capture and Storage (CCS) การกักเก็บไฮโดรเจนใต้พิภพ และเทคโนโลยีพลังงานคาร์บอนต่ำที่มีความสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย
คณะผู้แทนได้เริ่มต้นการศึกษาดูงาน ณ University of Oxford โดยเข้ารับฟังการบรรยายและเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ Fluid Dynamics Laboratory ภายใต้การนำของ Prof. Alfonso A. Castrejón-Pita และ Dr. Thomas C. Sykes ผู้เชี่ยวชาญด้านพลวัตของไหลระดับโลก ซึ่งนำเสนอเทคนิคการศึกษาพฤติกรรมของของไหลหลายเฟส การเคลื่อนที่ของหยดของเหลว และการวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างของไหลกับพื้นผิวด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ความเร็วสูงและเทคโนโลยีขั้นสูง องค์ความรู้ดังกล่าวมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจกลไกการไหลของคาร์บอนไดออกไซด์และไฮโดรเจนภายในชั้นหินกักเก็บใต้ดิน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยี CCS และการกักเก็บพลังงานใต้พิภพในอนาคต

จากนั้น คณะผู้แทนได้เดินทางไปยัง University of Leeds เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานวิจัยและห้องปฏิบัติการขั้นสูง โดยมี Assoc. Prof. Dr. David Harbottle ผู้เชี่ยวชาญด้าน Colloid and Surface Science และ Multiphase Flow ให้การต้อนรับและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับวิศวกรรมเคมี วัสดุขั้นสูง ระบบพลังงาน และการจัดการของเสียในภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้รูปแบบการพัฒนากำลังคนวิจัยผ่าน Doctoral Training Programme ตลอดจนแนวทางการบริหารโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ ซึ่งเป็นตัวอย่างสำคัญในการออกแบบระบบสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมของไทยให้สามารถเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในช่วงการเดินทางสู่ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ คณะผู้แทนได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับนักวิจัยจาก Utrecht University ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์โลกและระบบพลังงานใต้ผิวดิน โดยเนื้อหาสำคัญครอบคลุมการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นหินใต้ดิน การประเมินความเสี่ยงด้านธรณีกลศาสตร์และแผ่นดินไหวเหนี่ยวนำจากกิจกรรมการอัดฉีดก๊าซ รวมถึงการประยุกต์ใช้เหมืองถ่านหินร้างเป็นระบบกักเก็บพลังงานความร้อนใต้พิภพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นแนวทางการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานเดิมเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ คณะผู้แทนยังได้เข้าหารือกับ Prof. Hadi Hajibeygi และทีมวิจัยของ Delft University of Technology (TU Delft) ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์ความเป็นเลิศด้านการกักเก็บคาร์บอนและพลังงานใต้พิภพระดับโลก โดยได้รับฟังความก้าวหน้าของโครงการ CCS ระดับประเทศของเนเธอร์แลนด์ อาทิ โครงการ Porthos และ Aramis รวมถึงงานวิจัยด้านการกักเก็บไฮโดรเจนใต้พิภพ การจำลองแหล่งกักเก็บด้วยเทคโนโลยี Digital Twin การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และบริหารจัดการแหล่งกักเก็บ และการพัฒนาเครื่องมือติดตามตรวจวัดความปลอดภัยของโครงการในระยะยาว โดยทีมวิจัยยังสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนา CCS โดยเฉพาะในพื้นที่อ่าวไทย ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซธรรมชาติและองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมปิโตรเลียมที่สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาแหล่งกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในอนาคตได้
การติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัยในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยให้ บพค. ได้ประเมินผลการดำเนินงานของโครงการภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังทำให้ได้รับองค์ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยี Carbon Capture and Storage (CCS) ตั้งแต่งานวิจัยพื้นฐานด้านพลวัตของไหล การจำลองแหล่งกักเก็บ การติดตามตรวจวัดและบริหารความเสี่ยง ไปจนถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กฎหมาย และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการกักเก็บคาร์บอนในระดับประเทศ องค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากการเดินทางครั้งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการกำหนดทิศทางการสนับสนุนทุนวิจัย การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง และการผลักดันเทคโนโลยี CCS ของประเทศไทยให้สามารถนำไปสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมและการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรม

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต
Program Management Unit for Frontier Brainpower and Future Industries

319 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
02-109-5432 ต่อ 845
[email protected]

ช่องทางการติดต่อสารบรรณของหน่วยงาน :
[email protected]

      ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่