

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมเจ้าหน้าที่ บพค. เข้าร่วมงานสัมมนาหัวข้อ “การพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรม Semiconductor and Advanced Electronics” จัดโดยกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ณ ห้อง MR213 ไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร ภายในงาน NEPCON Thailand 2026
ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณชญานินทร์ โพธิวรคุณ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคมไทย กล่าวต้อนรับและเปิดงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตร กำลังคน และระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม Semiconductor and Advanced Electronics ของประเทศไทย

เวทีเสวนาครั้งนี้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษา เพื่อร่วมกันหาแนวทางพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (Semiconductor and Advanced Electronics) ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญต่อการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
ภายในเวทีเสวนา ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฏ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ และรองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงโอกาสของประเทศไทยภายใต้บริบทภูมิรัฐศาสตร์โลก ซึ่งทำให้เกิดโอกาสในการดึงดูดการลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์ อย่างไรก็ตาม โอกาสดังกล่าวมีการแข่งขันสูงและมีระยะเวลาจำกัด ประเทศไทยจึงต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร และปรับแนวทางการผลิตกำลังคนจากการผลิตตามอุปทาน (Supply-Based) ไปสู่การผลิตตามความต้องการ (Demand-Based) โดยให้ภาคอุตสาหกรรมเข้ามาร่วมออกแบบหลักสูตรและพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับการทำงานจริง โดยเปลี่ยนจาก Cooperative ซึ่งเป็นความร่วมมือแบบเดิม ไปสู่ Co-building, Co-design, Co-invest, และ Co-own
ด้าน ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กล่าวถึงบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ โดยมหาวิทยาลัยจำเป็นต้องทำงานร่วมกับภาคเอกชนตั้งแต่ต้นทาง ทั้งการออกแบบหลักสูตร การนำกรณีศึกษาจริงจากภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่การเรียนการสอน และการพัฒนาอาจารย์ให้เข้าใจบริบทของภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น เพื่อให้การผลิตกำลังคนรองรับตลาดแรงงานและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ขณะที่ ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ พันธุนะ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กล่าวถึงการผลิตกำลังคนด้านวิศวกรรมที่ต้องเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง โดยเฉพาะในบริบทที่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีความต้องการบุคลากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยจึงต้องพัฒนาหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น เช่น หลักสูตร Sandbox และการจัดทำ Skill Transcript เพื่อสะท้อนสมรรถนะของผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการประเมินทักษะ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าบัณฑิตสามารถปฏิบัติงานได้จริงหลังสำเร็จการศึกษา

ในส่วนของ บพค. ดร.ณิรวัฒน์ฯ กล่าวว่า การพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการฝึกอบรมระยะสั้นหรือการเพิ่มจำนวนบุคลากรเท่านั้น แต่ต้องเชื่อมโยงทั้ง กำลังคน งานวิจัย โครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างกำลังคนที่ตรงกับความต้องการจริงของอุตสาหกรรม และยกระดับประเทศจากการแข่งขันบนฐานต้นทุน ไปสู่เศรษฐกิจฐานขีดความสามารถ (Capability-based Economy)
บพค. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนกำลังคนทักษะสูงใน 3 มิติ ได้แก่
1. การพัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม ผ่านกลไกที่มีภาคเอกชนร่วมกำหนดโจทย์และร่วมลงทุน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทั้งการจ้างงานใหม่ การเพิ่มทักษะ และการเพิ่มรายได้
2. การผลักดันกลไก Industrial Postdoc / Industrial Postgraduate เพื่อเชื่อมโยงนักวิจัยและบัณฑิตระดับสูงกับโจทย์จริงของภาคอุตสาหกรรม โดยกำหนดให้นักวิจัยหลังปริญญาโท หลังปริญญาเอกใช้เวลาไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ในการทำงานร่วมกับภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะจากโจทย์จริงและสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ภาคการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. การพัฒนาบุคลากรในหน่วยงานสนับสนุนเชิงระบบ เช่น ด้านมาตรฐาน การพัฒนาและทดสอบ ความปลอดภัยการกำกับดูแล และการปฏิบัติงาน เพื่อให้ระบบสนับสนุนอุตสาหกรรมมีความพร้อมควบคู่กับการพัฒนากำลังคนในภาคการผลิตและการวิจัย

นอกจากนี้ บพค. ยังมุ่งสร้าง Potential Pool หรือฐานกำลังคนทักษะสูงและแพลตฟอร์มเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าที่มีศักยภาพ เพื่อแสดงให้ภาคอุตสาหกรรมและนักลงทุนเห็นว่า ประเทศไทยมีบุคลากรที่สามารถรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงได้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ซึ่งมีห่วงโซ่คุณค่ายาวและต้องการบุคลากรหลากหลายระดับ ตั้งแต่กำลังคนทักษะสูง วิศวกร นักวิจัย ไปจนถึงบุคลากรด้านมาตรฐาน การพัฒนาและทดสอบ และระบบสนับสนุนอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ บพค. มุ่งสนับสนุนการพัฒนากำลังคนทักษะสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ผ่านการเชื่อมโยงความต้องการของภาคอุตสาหกรรมกับศักยภาพของสถาบันการศึกษา นักวิจัย และโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด “ทักษะสูง รายได้ดี มีงานทำ” เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม Semiconductor and Advanced Electronics และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย
