
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดเวที “Frontiers Forum นักวิจัยพูด บพค. ฟัง” ครั้งที่ 2 ด้าน Earth-Space Technology รวมนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ ภาคเอกชน และผู้บริหารกว่า 70 คน เพื่อระดมข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการออกแบบทิศทางทุนวิจัยระยะต่อไป
จากรายโครงการ สู่ระบบนิเวศ
ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. เปิดเวทีด้วยการส่งสัญญาณชัดเจนว่า บพค. กำลังปรับวิธีคิดใหม่ — จากการสนับสนุนงานวิจัยเป็นรายโครงการ มาสู่การสร้าง ระบบนิเวศ (ecosystem) ที่เชื่อมโยง Frontier Research โครงสร้างพื้นฐาน กำลังคน และการใช้ประโยชน์เชิงอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน
ภารกิจใหม่ที่ได้รับมอบหมายเพิ่มเติมคือการร่วมลงทุนกับต่างประเทศ (Global Partnership & Co-funding) เพื่อเพิ่มขนาดทุนสนับสนุนโครงการให้สูงขึ้น โดยคาดหวังให้นักวิจัยสร้างสรรค์ผลงานที่เจาะจง มีเป้าหมาย (Milestones) ชัดเจน
3 วิทยากรแชร์มุมมองจากความเชี่ยวชาญ: ภาพรวมเทคโนโลยีนวัตกรรม-แผนที่นำทาง-นักพัฒนาดาวเทียมTSC-1



วิทยากร 3 ท่านนำเสนอในประเด็น “เทคโนโลยีโลกและอวกาศ: จากงานวิจัยขั้นแนวหน้าสู่การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ”
🔹รศ.ดร.ณัฐสิทธิ์ เกิดศรี จากมหาวิทยาลัยมหิดล นำเสนอแผนที่นำทางระบบอวกาศไทย (Earth Space System Roadmap) ที่ประเมินขีดความสามารถของเครือข่ายนักวิจัยใน 12 มิติเทียบกับมาตรฐานองค์การอวกาศยุโรป (ESA) เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการสนับสนุนทุนวิจัย พร้อมชี้ให้เห็นความท้าทายในการปรับกรอบคิดภาคเอกชนไทยจาก “ผลิตปริมาณมาก” มาสู่ “สร้างมูลค่าสูง” ควบคู่กับการเร่งพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรมอวกาศ (AS9100) และระบบจัดสรรทุนที่ตอบโจทย์การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
🔹ศ.ดร.เฉลิมชนม์ สถิระพจน์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอแนวโน้มและการประยุกต์ใช้ระบบนำทางด้วยดาวเทียม (GNSS) โดยระบุว่าปัจจุบันมีระบบจากหลายประเทศให้บริการ ทั้ง GPS (สหรัฐฯ) Galileo (สหภาพยุโรป) BeiDou (จีน) และ GLONASS (รัสเซีย) การนำข้อมูลจากหลายระบบมาใช้งานร่วมกันจะเพิ่มความแม่นยำและความน่าเชื่อถือในการระบุพิกัด และสามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลากหลายสาขา เช่น การคมนาคมขนส่ง การสำรวจและทำแผนที่ การเกษตรอัจฉริยะ และการจัดการภัยพิบัติ
🔹ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) บรรยายถึงภารกิจของ สดร. ร่วมกับภาคีความร่วมมืออวกาศไทย (TSC) ในการพัฒนาดาวเทียมสำรวจโลก TSC-1 โดยเน้นการรับถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อสร้างขีดความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ ลดต้นทุน และต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจ (Spin-off) แก่ผู้ประกอบการไทย รวมถึงการร่วมภารกิจส่งอุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอวกาศไปกับยานฉางเอ๋อของจีน
4 ปมที่ทุกโต๊ะเห็นตรงกัน
กิจกรรม Table Talks ระดมข้อเสนอจากผู้เข้าร่วมออกมาเป็น 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
1) นโยบายและการสนับสนุนจากภาครัฐ — ภาครัฐควรมีบทบาทนำในการเป็น First Adopter เพื่อสนับสนุนให้ startup ด้านอวกาศของไทยสามารถเติบโตและอยู่รอดได้ในระยะยาว ขณะเดียวกัน ผู้เข้าร่วมเสนอว่า กลไกสนับสนุนในอนาคตควรมุ่งสร้างการพัฒนาเทคโนโลยีและกำลังคนควบคู่ไปกับการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้เกิดการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศอย่างยั่งยืน รวมถึงผลักดัน พ.ร.บ. กิจการอวกาศ ให้ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ควบคู่กับกรอบกฎหมายที่เหมาะสม
2) โครงสร้างพื้นฐานและการลงทุน — ประเทศไทยยังขาดแคลน National Facility ด้านการทดสอบเทคโนโลยีอวกาศที่เปิดให้ทุกภาคส่วนใช้ร่วมกัน ทำให้เกิดการใช้งบประมาณซ้ำซ้อนในการซื้อเครื่องมือและมักถูกทิ้งร้างในภายหลัง ภาครัฐควรเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานกลาง และส่งเสริมรูปแบบ Co-investment ระหว่างรัฐและเอกชน
3) ทิศทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี — ทิศทางของอุตสาหกรรมอวกาศไทยควรเน้นการพัฒนาชิ้นส่วนหรือโมดูลที่ประเทศมีความเชี่ยวชาญ เช่น ระบบกล้องหรือเลนส์ เพื่อเชื่อมต่อกับโครงการระดับนานาชาติ พร้อมทั้งเปิดกว้างข้อมูลดาวเทียมให้ภาคเอกชนนำไปประยุกต์ใช้ต่อยอดในภาคส่วนอื่น เช่น การเกษตรและการจัดการภัยพิบัติ
4) การพัฒนาบุคลากร — ปัญหาเร่งด่วนคือการขาดแคลนเส้นทางสายอาชีพ (Career path) ที่ชัดเจนและการขาดความต่อเนื่องของโครงการ ส่งผลให้วิศวกรและนักวิจัยที่มีความสามารถขาดแรงจูงใจและไหลออกจากอุตสาหกรรม ภาคการศึกษาจำเป็นต้องร่วมมือกับภาคเอกชนให้มากขึ้น เพื่อมุ่งผลิตบุคลากรที่มีทักษะตรงตามความต้องการของตลาดมากกว่าการมุ่งเน้นเพียงการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการ




🎯ฐานมีแล้ว ขั้นต่อไปคือการเชื่อมโยง
ดร.ณิรวัฒน์ฯ กล่าวสรุปทิ้งท้ายว่า เวที Frontiers Forum ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนด้าน Earth-Space Technology ในช่วงที่ผ่านมาได้สร้างฐานความสามารถสำคัญให้กับประเทศ ทั้งในมิติของกำลังคน โครงสร้างพื้นฐาน การใช้ประโยชน์จากข้อมูลดาวเทียม การทดลองในอวกาศ การเกิดขึ้นของ startup ตลอดจนการเชื่อมโยงกับภาคีระดับโลก
“สิ่งที่เราเห็นจากเวทีวันนี้ คือประเทศไทยมีฐานความสามารถด้าน Earth-Space Technology ที่กำลังเติบโตอย่างมีทิศทาง และมีศักยภาพต่อยอดได้อีกมาก ภารกิจของ บพค. ในระยะต่อไปจึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนโครงการวิจัยเป็นรายโครงการ แต่คือการเชื่อมโยงความสามารถเหล่านี้ให้เกิดเป็นระบบนิเวศที่เข้มแข็ง มีเป้าหมายร่วม และสามารถสร้างผลกระทบต่อประเทศได้จริง”
🚀ข้อเสนอและมุมมองจากนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และภาคเอกชนในเวทีครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับ บพค. ในการออกแบบแนวทางสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมระยะต่อไป โดยมุ่งให้การลงทุนด้านระบบโลกและอวกาศมีเป้าหมายชัดเจน เชื่อมโยงตั้งแต่งานวิจัยขั้นแนวหน้า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง การถ่ายทอดเทคโนโลยี ไปจนถึงการใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตของประชาชน
